Robot Taekwon V ลอกเพื่อชาติขุดตำนานการ์ตูนหุ่นยนต์ยักษ์จากเกาหลีใต้
บทความโดย ASTVผู้จัดการออนไลน์ 14 กันยายน 2552

ณ วันนี้วงการบันเทิงเกาหลีอาจจะยิ่งใหญ่ สามารถเจาะตลาดในประเทศต่างๆ ได้ทั่วโลก แต่
ณ จุดเริ่มต้นชาวกิมจิต้อง ดิ้นรนอย่างหนักเพื่อต่อสู้กับการไหลบ่าของวัฒนธรรมต่างชาติ
แน่นอนว่าที่อยู่ใกล้ และที่สุดอันตรายก็คือ การรุกรานทางวัฒนธรรมจากญี่ปุ่น
และ “การลอก” ก็อาจจะเป็นการต่อสู้อย่างหนึ่งของคนเกาหลีในตอนนั้น
ย้อนอดีตไปช่วงระหว่างยุคศตวรรษที่ 20 จนถึงจบสงครามโลกครั้งที่สอง เกาหลีถือว่าถูกกดขี่
ทั้งทางการเมือง การทหาร และวัฒนธรรมจากญี่ปุ่นอย่างหนัก ตั้งแต่เมื่อ ค.ศ. 1910
เกาหลีได้ถูกผนวก เข้าเป็นส่วนหนึ่งของจักรวรรดิญี่ปุ่น โดยการบังคับให้ลงนามในสนธิสัญญาการรวมญี่ปุ่น-เกาหลี
ตลอดระยะเวลาที่เกาหลีอยู่ในการปกครองของญี่ปุ่นอย่างสมบูรณ์ มันเต็มไปด้วยการบีบคั้น
และบังคับขู่เข็ญจากญี่ปุ่นอย่างหนัก ราชวงศ์โชซอนถูกล้มล้าง เกิดการขูดรีดทางภาษี
และอาหาร เกิดความอดอยาก รวมถึงการบังคับให้คนเกาหลียอมรับวัฒนธรรมจากญี่ปุ่น
ใบปิดของหนัง Robot Taekwon V ภาคแรก

Robot Taekwon V ภาค 2

เปรียบเทียบหุ่นยนต์จากญี่ปุ่น และเกาหลี

จนกระทั่งหลังจบสงครามโลกในปี 1945 เกาหลีได้เป็นอิสระจากญี่ปุ่นที่แพ้สงคราม วัฒนธรรมจากญี่ปุ่น
กลายเป็นสิ่งต้องห้าม แต่ถึงกระนั้นในช่วงเวลาตั้งแต่ยุค 60 – 80 สื่อบันเทิงต่างๆ ของญี่ปุ่น ยังคงหลุดรอดไปถึงเกาหลีใต้
โดยเฉพาะจากทางโทรทัศน์ผ่านดาวเทียม ไม่ว่าจะเป็นเพลง หนังทีวี หรือดารา
ซึ่งล้วนแต่มีเสน่ห์ดึงดูดคนรุ่นใหม่ของที่นั่น และการ์ตูนหุ่นยนต์ก็เป็นหนึ่งในนั้น
ความนิยมของการ์ตูนหุ่นยนต์ในเกาหลี กลายเป็นสิ่งหนึ่งที่สะท้อนถึง การผสมปนเปของความเกลียดชัง
และความคลั่งไคล้ ของคนเกาหลีที่มีต่อญี่ปุ่นก็ว่าการ์ตูนชุด Mazinger Z ของยอดนักเขียนการ์ตูนชาวญี่ปุ่น
โก นากาอิ ก็เป็นหนึ่งในเรื่องที่ได้โอกาสมาแพร่ภาพในเกาหลี และกลายเป็นที่นิยมอย่างมากในหมู่เด็กๆ แต่ปัญหาก็คือมันเป็นการ์ตูนจากญี่ปุ่น
คิมชองกิ ผู้กำกับภาพยนตร์ชาวเกาหลี ผู้ที่ต่อมาได้ชื่อว่าเป็นผู้มีส่วนสำคัญ ในการวางรากฐานให้กับวงการอนิเมชั่นเกาหลี
ก็เป็นเหมือนผู้ใหญ่ชาวเกาหลีหลายๆ คนในยุคนั้น ที่ไม่ค่อยสบายใจกับเรื่องนี้ และอยากจะให้เกาหลีมีฮีโร่เป็นของตัวเองบ้าง
จึงอาศัยการ์ตูนญี่ปุ่นเรื่องนั้นมาดัดแปลงเป็นของเกาหลีซะเลย Robot Taekwon V จึงถือกำเนิดขึ้นในปี 1976
เป็นงานภาพยนตร์ที่ถูกสร้างออกมาเพื่อฉายทางโรงหนัง ขณะเดียวกันมันก็กลายเป็นที่วิจารณ์อย่างหนัก
ถึงรูปแบบของหุ่นที่เหมือนลอกเอา Mazinger Z มาผสมด้วยส่วนหัวของ Grendizer การ์ตูนหุ่นยนต์อีกเรื่องของ โก นากาอิ
http://www.youtube.com/watch?v=zY9kfasu ... r_embedded
หลังจากได้รับรู้เรื่องที่ถูกโจมตีอย่างมากมายทางอินเตอร์เน็ต เมื่อเร็วๆ นี้ คิมชองกิ วัย 68 ปี ออกพูดถึงข้อกล่าวหา
เรื่องลอกงานของคนญี่ปุ่นว่า เขารู้สึกเสียใจอยู่เหมือนกัน คิมชองกิ ยอมรับว่าหุ่นยนต์ยักษ์ทั้งสองตัวมีส่วนคล้ายกันอยู่บ้าง
“แต่ถ้าดูรายละเอียดกันดีๆ แล้วหุ่นยนต์ยักษ์ทั้งสองตัว ก็ไม่ได้เหมือนกันทั้ง 100 เปอร์เซ็นต์” สำหรับคิม
เหตุผลที่หุ่นยนต์ยักษ์ทั้งสองเหมือนกันขนาดนี้ ก็เพราะว่ามันเป็นรูปแบบสากล “มันก็เหมือนกับรถยนต์นั้นละ
ถ้ามองไกลๆ รถยนต์แต่ละรุ่น จะแตกต่างกันได้ซักแค่ไหนกัน มันก็มี 4 ล้อกับตัวเครื่อง เหมือนกันหมด
เมื่อก่อนรถญี่ปุ่น ก็ลอกมาจากเยอรมันทั้งนั้น” นอกจากนั้น คิม ยังบอกว่า Mazinger Z
ก็ไม่ใช่ต้นแบบของหุ่นยนต์ยักษ์สักหน่อย มันมีมาก่อนหน้านั้นหลายปีแล้ว
แฟนๆ ของหุ่นยนต์จากเกาหลี บางคนก็ยืนยันว่า Robot Taekwon V ไม่ควรถูกประณามเช่นนี้
มีอีกหลายอย่างที่หุ่นยนต์ของชาติตัวเอง ไม่ได้เหมือนกับหุ่นยนต์ยักษ์จากญี่ปุ่นซะขนาดนั้น
ขนาดของหุ่นยนต์จากเกาหลีมีขนาดใหญ่กว่ามาก นอกจากนั้นยังมีลีลาการต่อสู้ต่างๆ ที่เป็นเอกลักษณ์ของตัวเอง
ที่ไม่เหมือนใคร เพราะเป็นท่าทางที่ดัดแปลงมาจากเทควนโด้
เนื้อเรื่องของ Robot Taekwon V นั้นดำเนินไปแบบการ์ตูนวิทยาศาสตร์ยุคโบราณ
นักวิทยาศาสตร์ผู้ชั่วร้ายต้องการครอบครองโลก สร้างกองทัพหุ่นยนต์ขึ้นมา
จนนักวิทยาศาสตร์ชาวเกาหลี ดอกเตอร์ คิม ได้สร้างหุ่นยนต์ Robot Taekwon V ออกมาต่อกร
และมอบให้ลูกชายคนโตที่ชื่อว่า คิมฮุน แชมป์เทควนโด้ของประเทศ เป็นผู้บังคับ
ด้วยการอาศัยลีลาของศิลปะป้องกันตัวประจำชาติ ในการบังคับหุ่นยนต์ต่อสู้กับศัตรู
มีคนพยายามตีความว่า Robot Taekwon V นั้นแฝงไว้ด้วยความรู้สึกเรื่องชาตินิยม ในปี 1976
ความรู้สึกในช่วงสมัยการปกครองของญี่ปุ่น ยังคงอยู่ในความทรงจำของคนเกาหลี และการสร้างการ์ตูนหุ่นยนต์
ก็คือความพยายามในการดิ้นรนเพื่อให้หลุดพ้น และเป็นอิสระจากอิทธิพลของญี่ปุ่น
เช่นเดียวกับเนื้อเรื่องในหนังที่ว่าด้วยการต่อสู้กับความทะเยอทะยานอันบ้าคลั่ง ที่ฝ่ายญี่ปุ่นอาจถูกแทนที่ด้วยศัตรูผู้ชั่วร้ายในหนัง
หลังจากประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จึงมาการสร้างภาคต่อตามมาอีกหลายภาค
โดยในภาคที่สอง Robot Taekwon V ก็ไม่ได้ลอกเลียนแบบ Mazinger Z แล้ว
แต่หันไปลอกการ์ตูนหุ่นยนต์อีกเรื่องที่ชื่อว่า Xabungle แทน
http://www.youtube.com/watch?v=IhIM-3iE ... r_embedded
นอกจาก Robot Taekwon V การ์ตูนหุ่นยนต์เกาหลีอีกหลายเรื่อง
ก็อาศัยการ์ตูนหุ่นยนต์ของญี่ปุ่นเป็นพิมพ์เขียว
ในช่วงยุค 70 - 80 เกาหลีสร้างการ์ตูนหุ่นยนต์ยักษ์ออกมามากมาย
แต่แตกต่างจากงานจากญี่ปุ่นที่ถูกซื้อไปฉายทั่วโลก ผลงานการ์ตูนของเกาหลีเหล่านี้
ขาดความมีเอกลักษณ์ของตัวเอง เป็นงานประเภทสร้างเองดูเองเป็นส่วนใหญ่
Space Gundam V ผลงานอีกเรื่องของ คิมชองกิ อาจจะมีชื่อเรื่องที่ทำให้นึกถึง
การ์ตูนหุ่นยนต์เรื่องดังจากญี่ปุ่นเรื่องนั้น แต่ต้นฉบับที่แท้จริงของ Space Gundam V
กลับเป็น The Super Dimension Fortress Macross หรือ มาครอส
การ์ตูนหุ่นยนต์ระดับตำนานจากญี่ปุ่นอีกเรื่องต่างหาก
แม้จะเป็นเรื่องของหุ่นยนต์ที่แปลงร่างเป็นเครื่องบินรบเหมือนกัน แต่ Macross ที่เป็นต้นฉบับ
นำเสนอเรื่องราวของหุ่นยนต์ยักษ์ที่ดูสมจริงสมจัง ในขณะที่ Space Gundam V
เลือกที่จะเล่าเรื่องแบบค่อนข้างหลุดโลก มีอาวุธ และศัตรูที่แปลกประหลาดโผล่ออกมาเต็มไปหมด
ในตอนหนึ่งของเรื่องหุ่นยนต์ตัวเอก ต้องต่อสู้กับศัตรูที่เป็นหนูยักษ์ ที่ดูยังไงๆ ก็น่าพิลึกมากกว่าจะน่าทึ่ง
ตอนนี้คำว่า กันดั้ม ในวัฒนธรรมเกาหลีถูกใช้แทนคำว่าหุ่นยนต์ยักษ์ไปแล้ว ซึ่งบางคนสันนิษฐานว่า
มาจากหนัง Space Gundam V นี่เอง ซึ่งก็ทำให้บริษัทบันไดเจ้าของลิขสิทธิ์กันดั้มตัวจริงจากญี่ปุ่น
ไม่สามารถจดลิขสิทธิ์ชื่อสินค้าของตัวเอง ในเกาหลีได้จนถึงเดี๋ยวนี้
สำหรับ Gundam ตัวจริงนั้น ก็ถูกนำมาสร้างใหม่โดยเกาหลีเช่นเดียวกัน มีชื่อใหม่เก๋ไก๋ว่า Space Black Knight
ที่ดูไปแล้ว ก็ไม่ได้ลอกเฉพาะดีไซน์ของหุ่นเท่านั้นแต่ยัง ลามไปถึงตัวละครสุดคลาสสิคหลายๆ ตัว ในในการ์ตูนชุดนี้ด้วย
http://www.youtube.com/watch?v=TeY9RgWh ... r_embedded
เหตุผลที่คนเกาหลีบางคนพยายามหยิบยกขึ้นมา เพื่อตอบโต้ในประเด็นการลอกเลียนก็คือ
วัฒนธรรมต่างๆ ทั่วโลกนั้นต่างลอกกันไปลอกกันมาอยู่แล้ว ในอดีตที่ผ่านมาก็มีไม่น้อยที่ญี่ปุ่นได้หยิบยืมวัฒนธรรมต่างๆ
จากเกาหลีไปใช้ไม่ว่าจะเป็น ตัวอังษรคันจิ ศาสนาพุทธ หรืองานสถาปัตยกรรม
ถึงตอนนี้ดูเหมือนว่าคนเกาหลีจำนวนไม่น้อย ก็ยังภูมิใจกับ Robot Taekwon V อยู่
นอกจากแผนการสร้างอนุสาวรีย์ขนาดใหญ่ของหุ่นที่จะเกิดขึ้นในปี 2013 แล้ว
โครงการนำการ์ตูนต้นฉบับในยุค 1976 กลับมาฉายใหม่ก็พึ่งเกิดขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน
หลังจากมีการค้นพบฟิล์มหนัง ที่จากหายสาบสูญไปนาน โครงการบูรณะฟิล์มของหนังเริ่มต้นขึ้นในปี 2005
ใช้เงินทุนถึง 1 พันล้านวอน และทีมงานจำนวนถึง 72 คน ในการทำความสะอาดฟิล์มหนัง ที่มีถึง 108,852 เฟรม
ซึ่งเมื่อหนังได้เข้าฉายจริงๆ ก็ได้รับการตอบรับจากแฟนหนังชาวเกาหลีเป็นอย่างดี
ในโลกยุคไร้พรมแดนอินเตอร์เน็ต และเว็บวิดีโอออนไลน์อย่างยูทูป กลายเป็นศูนย์รวมแห่งการเยาะเย้ยถากถางขต่อบรรดา
หุ่นยนต์ยักษ์ใหญ่จอมเลียนแบบของเกาหลี ที่อาจจะทำให้ Robot Taekwon V
และพวกพ้องกลายเป็นความก้ำกึ่งระหว่างความภูมิใจของชาติ และความอับอายขายหน้าต่อเสียงนินทาจากคนทั้งโลก
ขอบคุณข้อมูลจาก thaigundam.com
Space Gundam V

ตัวละครคุ้นหน้าจาก Space Black Knight

การ์ตูนหุ่นยนต์อีกเรื่องจากเกาหลีที่ดูแล้วคุ้นๆ ชอบกล

Poster ของหนัง Robot Taekwon ที่เอากลับมาฉายใหม่ในปี 2007
